Sunday, November 15, 2009

คุณยายจ๋า

IMAGE_044 ระยะนี้คิดถึงคุณยายมากจริงๆ แต่ไม่รู้จะบอกท่านอย่างไร เพราะคุณยายได้จากไปแล้ว ท่านจากไปอย่างสงบตั้งแต่เดือนกรกฏาคม ปี 2552 ซึ่งปีสองปีนี้เป็นปีที่ถือว่าสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของผม

เพราะหลังจากคุณยายจากไปแล้วนั้น ก้อพบว่าเรากำลังจะมีสมาชิกน้อยๆปรากฏขึ้นมาอีก 1 คน ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นผู้ชาย

ทุกครั้งที่หันไปมองท้องของแฟน และรู้ว่าเรากำลังจะมีลูกคนแรก น้ำตาผมก็จะเริ่มปริ่มขอบตาทุกครั้ง เพราะว่าจิตจะพลันนึกถึงเรื่อง ยายอยากได้เหลนนะลูก และคำบอกกล่าวก่อนสิ้นใจไม่กี่วันนั้นว่า ชีวิตนี้ไม่มีเรื่องเสียใจอะไรแล้ว ลูกหลานแต่ละคนก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่เสียดายว่าคงไม่มีโอกาสเห็นหน้า เหลน ลูกของพี่ลัท และยังย้ำให้ผมฟังอยู่หลายครั้งว่า อย่าลืมนะ มีสร้อยข้อเท้าที่คุณตาเราทำไว้ให้ตอนที่พี่ลัทยังเล็ก ยายฝากเก็บไว้ที่แม่เขา อย่าลืมเอาให้ลูกของพี่ลัทด้วย กลัวว่าหลังสิ้นยายไปแล้ว เดียวลูกลัทจะลืม

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะลืมเรื่องราวต่างๆ คำพูด คำสนทนาทั้งหลาย ที่เรายายหลานมีต่อกันได้อย่างไร เพราะว่าตั้งแต่จำความได้นั้น ผมก็อยู่กับยายมาตลอด จะดื้อจะถูกทำโทษแค่ไหน คุณยายก็ดูแลลูกหลาน มาอย่างดีตลอด เชื่อไหมว่าคำพูดต่างๆที่ผมได้ยินในชีวิตประจำวันต่างๆนั้น ก็ทำให้ผมนึกถึงคุณยายได้ตลอดเวลา…. เพราะมันจะต้องมีคำที่ผมเคยพูดกับยาย หรือไม่ก็ยายเคยพูดกับผมบ้างละ

เมื่อวานซืน (12/11/2009) จิ๋วไปหาหมอฝากท้อง ที่คลีนิกนั้น เห็นเด็กวิ่งไปวิ่งมา โดยมียายคอยวิ่งตาม ดูแลอยู่ห่างๆ เด็กมันดื้อมากเลยนะ ยายคนนั้นสังเกตุเห็นเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งมีอาการไอจาม ก็ไม่อยากให้หลานตัวเองไปเล่นใกล้ๆ ก็พยายามยื้อกับหลานสุดฤทธิ์ ตามประสาเด็กที่ไม่รู้เรื่องก็ต้องดื้ออยู่แล้ว แน่นอนก็ถูกตีถูกหยิก ร้องบ้าง อาระวาดบ้าง แต่แน่ๆสิ่งที่ยายทำล้วนมาจากความหวังดีที่มีต่อหลานตัวเอง ไม่อยากให้หลานติดหวัดติดไข้ ระหว่างนั่งรอไปนั่น น้ำตาผมก็เริ่มคลอแล้วไหลออกมาช้าๆ

ยายบอกผมว่าพี่ลัทดื้อ ซน แต่เลี้ยงไม่ยาก สมัยก่อนผมถูกตีบ่อยมาก เพราะดื้อและซนจริงๆ บางทีโกรธยายมากเลย เป็นเด็กเราก็สู้ไม่ได้ เลยเอาแว่นยายไปโยนทิ้งข้างกำแพง คุณยายพยายามหาอยู่หลายวัน ไม่เจอ จะอ่านหนังสือก็ไม่ชัด ผมเริ่มรู้สึกผิดมากขึ้นเรื่อยๆ เลยปีนกำแพง ไปดูในพงป่านั้น หาแว่นยายกลับมาคืนให้แก แน่นอนคุณยายจับได้ว่าผมโกหกว่าเห็นมันอยู่ป่า เลยตีทำโทษซะเลย สมน้ำหน้าตัวเอง มาแกล้งยายตัวเองได้ไง ตอนนั้นผมจำได้ว่า ยายตีแรงหนักมาก ซึ่งผมก็เจ็บมากเช่นกัน แต่ก็รู้สึกผิดตัวเองผิดมากๆเช่นกัน

ครั้งนั้นน่าจะเป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้ายที่ผมทำไม่ดีกับคุณยาย หลังจากนั้นมา ยายก็ยังคงเล่าเรื่องนี้ให้คนกันเองฟังบ้าง ถ้ามีโอกาสด้วยอารมณ์ขัน ยายไม่เคยตำหนิหลานเลยต่อหน้าผู้อื่น ชื่นชมพอสมควร เพราะยายคงไม่อยากให้นิสัยเสีย

ตั้งแต่เล็กๆแล้ว เมื่อตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ไปหาคุณยาย จำได้แม่นว่าครั้งหนึ่งตื่นมาแล้วหาคุณยายไม่เจอ ก็เริ่มร้องไห้ ตะโกนร้องเรียกหาคุณยาย ร้องแทบขาดใจ และก็เห็นคุณยาย รีบวิ่งเข้ามาจากข้างนอกบ้าน กลัวว่าเราจะเป็นอะไร ปลอบเราอยู่สักพัก บอกว่าไปซื้อของที่ร้านปากซอยถนนใหญ่ เห็นเราหลับอยู่เลยไม่ปลุก (ปกติยายไปไหนเราไปด้วยเสมอ) หลังจากนั้นตื่นมา แล้วหาไม่เจอ ก็จะวิ่งจากออกบ้านไปหาคุณยายทันที

คุณยายชอบนั่งเล่นถอดไพ่มาก ปกติถ้าไม่เห็นแกอ่านหนังสือ ก็จะนั่งถอดไพ่ 10 แต้ม คนเดียวตลอด คุณยายบวกตัวเลขเร็วมาก ตั้งแต่เด็กจนโต ผมยังไม่เคยบวกตัวเลขได้ทันยายสักครั้งหนึ่ง ผมว่ายายต้องเป็นคนที่ฉลาดมากๆ คุณยายบอกว่าต้องฝึกสมองอยู่เรื่อยๆ มันใจได้เฉียบไวตลอด ซึ่งก็น่าจะจริงนะ เพราะว่าแม้ว่าตอนอายุเยอะๆแล้ว คุณยายยังมีความจำที่ดี และสมองที่ฉับไวจริงๆ

คุณยายทำกับข้าวอร่อยมาก ยิ่งน้ำพริกนี้ จิ๋ว แฟนผมบอกว่า อร่อยที่สุดเลย แต่เชื่อไหมว่า ตั้งแต่เด็กผมไม่เคยทดลองชิมน้ำพริกยายสักครั้งเลย แม้ว่ามันจะอยู่บนโต๊ะอาหาร แทบทุกมื้อ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน จนกระทั้งเริ่มทำงาน มีโอกาสทดลองชิมที่ต่างจังหวัด(เพราะว่ามันไม่มีอะไรกินเลย) จริงรู้ว่าเอออร่อยดี พอกลับมาที่บ้าน ลองกินน้ำพริกที่ยายทำ โอ้ สุดยอด อร่อยจริงๆ อร่อยว่าที่ไหนในโลกเลย ระหว่างที่พิมพ์นี้ นึกมาได้ว่าสาเหตุที่ไม่เคยกินน้ำพริกของยาย ก็เพราะว่าสมัยเด็กๆไม่กินเผ็ด พอเราจะลองกินเหมือนกับยายกิน ยายจะบอกว่า นี้ของผู้ใหญ่นะ เด็กยังกินไม่ได้ คุ้นว่าเคยลองแล้วเผ็ดมาก รสแปลก หน้าตาก็แปลก เลยไม่กิน หรือไม่ลองกินตั้งแต่นั้นมา

เคยพยายามจะไปช่วงยายทำอาหารหลายครั้ง แต่ก็รู้สึกว่าทำให้ยายรู้สึกเกะกะ ลองทำผัดนู้นนี้ โดยให้คุณยายไกด์อยู่ข้างๆ ขำมากเพราะว่า ผัดมาแล้วรสชาติแย่มาก สุดท้ายยายเลยทำเองหมด ให้เราล้างจาน ล้างผักแล้วกัน

ยายสอนให้ผมทำงานบ้านตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าตอนเด็ก การซักผ้าเป็นงานที่สนุกมากๆ เพราะว่ายายจะให้ผม และน้องไปอยู่ในการะมังซักผ้า พวกเราเล่นน้ำ ตีฟอง อย่างสนุกสนาน เจ้าเลิฟก็จะมีหุ่นยนต์ ตุ๊กตายอดมนุษย์ เป็นของเล่นประกอบ ส่วนยายก็ซักผ้าไป และบอกเราว่าให้เราเหยียบๆกระทืบๆผ้าไปนะ ช่วยกันบิดผ้าที่ซักน้ำแล้ว ที่ขำก็คือ ผมกับน้องชวนกันมาซักผ้า ด้วยวิธีการนี้แหละ เพราะคิดว่าผ้ามันจะสะอาด ด้วยความเป็นเด็ก ทำให้กว่าจะตากผ้าได้ ผ้าเหล่านั้นก็ลากพื้นสกปรกมากขึ้นไปอีก และผ้าเองก็เต็มไปด้วยฟองผงซักฟอก ไม่สะอาดอยู่ดี

หลังจากที่เราเหนื่อยหลับกันไปแล้ว ยายก็ต้องมาซักผ้าใหม่ทั้งหมดอยู่ดี เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ คุณยายชอบเอามาอำพวกเรา เวลาเล่าเรื่องราวในอดีตให้พวกเราฟัง

คุณยายทำขนมไทยได้อร่อยเช่นกัน และที่สุดของที่สุด คือ ขนมคลองแคลง ผมยืนยันว่าเป็นขนมคลองแคลงที่อร่อยที่สุดในโลก ผมกล้าพูดอย่างนั้นได้เลย ทดลองกินมาทุกที่ ไม่มีเจ้าไหนที่ไหนอร่อยได้สักครึ่งหนึ่งของที่คุณยายทำเลย แม้ว่ายายจะบ่นว่า เหนื่อย และเมื่อยมือเวลาทำขนมนี้ แต่ทุกครั้งที่ ผมบ่นอยากกิน สักพักยายก็จะทำให้กินเสมอ ผมเคยเป็นลูกมือในการปั้นแป้ง และคลึงให้เป็นก้อนคลองแคลงเล็กๆ มันเมื่อยมือจริงๆ ผมขอให้ยายสอนผมทำ เรียนอยู่หลายครั้ง ลองทำเองหลายทีก็ไม่เห็นมันจะเป็นอย่างที่ยายทำเองสักครั้ง ยายมาแก้นิดแก้หน่อย ก็กลับมาปกติ และอร่อยทุกครั้งไป

ครั้งสุดท้ายที่ยายทำคลองแคลงให้กิน คือ เดือนก่อนที่ยายจะเข้าโรงพยาบาล ยายทำไม่ค่อยไหวแล้ว เพราะว่าไม่ได้แข็งแรงเหมือนสมัยก่อน แต่ยายก็รู้ว่าผมอยากกิน และกำลังจะขึ้นไปเชียงใหม่ เลยเตรียมของไว้เรียบร้อย มีน้าแอ่ะคอยเป็นลูกมือ ยายเป็นคนคอยกำกับ มันยังอร่อยมากๆเหมือนเดิม ผมกินแทบจะคนเดียวหมด ภายในวันสองวัน

วันนี้คิดถึงยาย จะร้องไห้ แหกปากตะโกนให้ดังแค่ไหน ก็คงไม่สามารถไปหาคุณยายได้อีกแล้ว คุณยายขึ้นไปอยู่บนสวรรค์แล้ว ความทรงจำที่งดงามต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น จะให้เขียนยาวแค่ไหน ก็คงไม่สามารถจบลงได้ เพราะมีมากเสียเหลือเกิน ความทรงจำต่างๆเหล่านี้อาจทำให้ผมเป็นทุกข์บ้าง เพราะอาลัยอาวรณ์คิดถึงคุณยายอยู่ทุกเวลา ทุกสถานที่ แทบทุกลมหายใจ แต่ชาตินี้ผมก็มีความภูมิใจ ดีใจที่สุดอย่างยิ่งที่เกิดมาเป็นหลานของคุณยายประไพ หาญสูงเนิน

0 comments: